ไวรัสเอชพีวี ( HPV) เป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยที่สุดในโลก มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ ซึ่งบางชนิดทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศ ในขณะที่สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงอาจนำไปสู่มะเร็ง เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งอวัยวะเพศ และมะเร็งช่องปาก แม้ว่าทั้ง ผู้ชาย และผู้หญิง จะสามารถติดเชื้อ HPV ได้จากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย แต่ระดับความเสี่ยง และผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันไป

HPV คืออะไร? และติดต่อได้อย่างไร?
ไวรัสเอชพีวี (Human Papillomavirus – HPV) เป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้จากการสัมผัสโดยตรงกับผิวหนัง และเยื่อเมือก โดยเฉพาะผ่านทางเพศสัมพันธ์ เช่น
- การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปาก
- การสัมผัสอวัยวะเพศโดยไม่มีการสอดใส่ก็สามารถแพร่เชื้อได้
- การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น มีดโกน หรืออุปกรณ์ทางเพศ (Sex Toys)
HPV มักไม่แสดงอาการในช่วงแรก ทำให้ผู้ติดเชื้ออาจไม่รู้ตัวว่าเป็นพาหะของโรค และแพร่เชื้อไปสู่คู่นอนโดยไม่ตั้งใจ
HPV ส่งผลกระทบต่อผู้ชาย และผู้หญิงอย่างไร?
อาการของ HPV ในผู้หญิง
HPV เป็นสาเหตุหลักของ มะเร็งปากมดลูก โดยเฉพาะสายพันธุ์ HPV-16 และ HPV-18 ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกมากกว่า 70% นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงของ มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด และมะเร็งทวารหนัก
- หูดที่อวัยวะเพศ (เกิดจากสายพันธุ์ HPV-6 และ HPV-11)
- มีเลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือน หรือหลังมีเพศสัมพันธ์
- มีตกขาวผิดปกติ หรือมีกลิ่น
- ปวดหน่วงในอุ้งเชิงกราน
การตรวจคัดกรอง HPV ในผู้หญิงทำได้โดย การตรวจแปปสเมียร์ (Pap Smear) และ HPV DNA Test ซึ่งช่วยตรวจหาเชื้อ HPV และความผิดปกติของเซลล์ในปากมดลูกเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง
อาการของ HPV ในผู้ชาย
แม้ว่า HPV จะไม่ได้นำไปสู่มะเร็งปากมดลูกในผู้ชาย แต่ก็สามารถเป็นสาเหตุของ มะเร็งอวัยวะเพศ มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งช่องปาก และลำคอ ได้เช่นกัน นอกจากนี้ HPV ยังเป็นสาเหตุหลักของหูดที่อวัยวะเพศ ซึ่งเป็นภาวะที่พบบ่อยในผู้ชาย
- หูดที่อวัยวะเพศ (Genital Warts) ซึ่งอาจเกิดขึ้นที่องคชาต ถุงอัณฑะ ทวารหนัก และรอบๆ ขาหนีบ
- เจ็บหรือรู้สึกระคายเคืองขณะปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์ (ในกรณีที่เกิดหูดภายในท่อปัสสาวะ)
- มีก้อนเนื้อผิดปกติที่อวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก อาจพัฒนาเป็นมะเร็งได้
ผู้ชายมีความเสี่ยงต่อ HPV มากขึ้นในกลุ่มที่มีพฤติกรรมทางเพศเสี่ยงสูง เช่น ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) และผู้ที่มีคู่นอนหลายคน
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจคัดกรอง HPV ในผู้ชายอย่างเป็นทางการเหมือนในผู้หญิง ทำให้การป้องกันโดยใช้วัคซีน และถุงยางอนามัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ใครเสี่ยงมากกว่ากัน ผู้ชาย หรือผู้หญิง?
แม้ว่าทั้งผู้ชาย และผู้หญิงจะมีโอกาสได้รับเชื้อ HPV เท่ากันจากการสัมผัสโดยตรงผ่านทางเพศสัมพันธ์ แต่ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อผลกระทบที่รุนแรงมากกว่า เนื่องจาก
- HPV เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้หญิงหลายล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี
- มีวิธีตรวจคัดกรอง HPV ในผู้หญิง เช่น Pap Smear และ HPV DNA Test แต่ในผู้ชายยังไม่มีการตรวจคัดกรองที่แพร่หลาย
- ผู้ชายสามารถเป็นพาหะของเชื้อโดยไม่มีอาการ และสามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้หญิงโดยไม่รู้ตัว
- อัตราการเกิดมะเร็งจาก HPV ในผู้ชายต่ำกว่าผู้หญิง แต่มะเร็งที่เกิดจาก HPV ในผู้ชาย เช่น มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งช่องปาก กำลังเพิ่มขึ้น
ดังนั้น ผู้หญิงมีความเสี่ยงจาก HPV มากกว่าในแง่ของโรคมะเร็ง ขณะที่ ผู้ชายมีความเสี่ยงจากการเป็นพาหะของเชื้อ และเกิดหูดที่อวัยวะเพศ ซึ่งสามารถแพร่เชื้อต่อไปได้
วิธีป้องกันการติดเชื้อ HPV สำหรับผู้ชาย และผู้หญิง
- การฉีดวัคซีน HPV เพราะการฉีดวัคซีน HPV เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันการติดเชื้อ HPV และโรคที่เกี่ยวข้อง โดยแนะนำให้ฉีดวัคซีนในช่วงอายุ 9-26 ปี แต่สามารถฉีดในผู้ที่มีอายุมากกว่านี้ได้หากยังไม่เคยติดเชื้อ
- ในผู้หญิง วัคซีนช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด และมะเร็งปากช่องคลอด
- ในผู้ชาย วัคซีนช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งอวัยวะเพศ มะเร็งทวารหนัก และหูดที่อวัยวะเพศ
- ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพราะถุงยางอนามัยสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ HPV ได้ แม้จะไม่สามารถป้องกันได้ 100% เนื่องจากเชื้อสามารถติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศที่ไม่ได้รับการป้องกัน
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยง เช่นการมีคู่นอนหลายคนเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV หรือหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการป้องกัน
- ตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ
- ในผู้หญิง ควรเข้ารับการตรวจ Pap Smear และ HPV DNA Test เป็นประจำ
- ในผู้ชาย แม้ว่าจะไม่มีการตรวจคัดกรองที่เฉพาะเจาะจง แต่หากพบหูดที่อวัยวะเพศหรือความผิดปกติ ควรพบแพทย์ทันที
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม
- โรคหูดหงอนไก่ : สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และการป้องกัน
- การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ : รู้ให้ครบ ตรวจให้ชัวร์ สุขภาพปลอดภัย
การติดเชื้อ HPV เป็นปัญหาสำคัญที่กระทบต่อทั้งผู้ชาย และผู้หญิง แต่ผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชายในแง่ของโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก ในขณะที่ผู้ชายมีแนวโน้มเป็นพาหะของเชื้อโดยไม่รู้ตัว และสามารถแพร่เชื้อไปยังคู่นอนได้
การป้องกันที่ดีที่สุดคือ การฉีดวัคซีน HPV ใช้ถุงยางอนามัย และเข้ารับการตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ และป้องกันโรคร้ายที่เกิดจาก HPV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). HPV (Human Papillomavirus).
Provides comprehensive information on HPV infection, its transmission, risk factors, screening, and prevention methods. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/hpv/ - World Health Organization (WHO). Human Papillomavirus (HPV) and Cervical Cancer.
Offers global data on HPV, its link with cervical cancer, and recommended prevention strategies. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/human-papillomavirus-(hpv)-and-cervical-cancer - MedlinePlus. Human Papillomavirus (HPV).
A consumer-friendly resource detailing the causes, symptoms, and prevention of HPV infection. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://medlineplus.gov/humanpapillomavirus.html - กรมควบคุมโรค, กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และแนวทางป้องกัน.
ให้ความรู้จากภาครัฐเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันเชื้อ HPV. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก http://www.ddc.moph.go.th/ - สมาคมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แห่งประเทศไทย. ข้อมูลเกี่ยวกับ HPV และโรคมะเร็งปากมดลูก.
แหล่งข้อมูลสำหรับคำแนะนำและแนวทางป้องกันเกี่ยวกับการติดเชื้อ HPV และผลกระทบต่อสุขภาพทางเพศในประเทศไทย. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.stdthailand.org/


