เรื่องจริงเกี่ยวกับออรัลเซ็กซ์ที่วัยรุ่นควรรู้

ปัจจุบันออรัลเซ็กซ์ (Oral Sex) กลายเป็นพฤติกรรมทางเพศที่พบได้มากขึ้นในกลุ่มวัยรุ่น และวัยเริ่มต้นทำงาน หลายคนมองว่าเป็นกิจกรรมที่ปลอดภัยกว่า การมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ และเชื่อว่าจะไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

อย่างไรก็ตาม ความจริงคือ ออรัลเซ็กซ์สามารถทำให้เกิดการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infections: STIs) ได้หลายชนิด แม้ว่าความเสี่ยงของการติดเชื้อเอชไอวีจะต่ำกว่าการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดหรือทางทวารหนัก แต่ก็ไม่ใช่ศูนย์

ออรัลเซ็กซ์ (Oral Sex) คืออะไร?

ออรัลเซ็กซ์ (Oral Sex) คือ การใช้ปาก ริมฝีปาก หรือลิ้น กระตุ้นอวัยวะเพศหรือทวารหนักของคู่

รูปแบบที่พบได้ ได้แก่

“ChatLove2test"
  • ใช้ปากกระตุ้นอวัยวะเพศชาย
  • ใช้ปากกระตุ้นอวัยวะเพศหญิง
  • ใช้ปากกระตุ้นบริเวณทวารหนัก (Rimming)

แม้ออรัลเซ็กซ์จะไม่ทำให้ตั้งครรภ์ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ออรัลเซ็กซ์เสี่ยงติดโรคอะไรบ้าง?

  • เอชไอวี (HIV) ความเสี่ยงจากออรัลเซ็กซ์ต่ำกว่าการมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ แต่ยังมีโอกาสติดเชื้อได้ โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยเสี่ยง เช่น
    • มีแผลในช่องปาก
    • เหงือกอักเสบ
    • มีเลือดออกในช่องปาก
    • มีแผลที่อวัยวะเพศ
    • มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ร่วม
  • โรคหนองใน (Gonorrhea) เชื้อสามารถติดได้ทั้ง
    • คอ
    • ช่องปาก
    • อวัยวะเพศ
    • ทวารหนัก
    • หลายคนที่ติดเชื้อบริเวณคอไม่มีอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อต่อได้
  • โรคหนองในเทียม (Chlamydia) พบได้ในลำคอเช่นกัน แม้จะพบได้น้อยกว่าหนองใน แต่ก็ยังเป็นสาเหตุของการแพร่เชื้อระหว่างคู่นอนได้
  • โรคซิฟิลิส (Syphilis) หากมีแผลซิฟิลิสบริเวณอวัยวะเพศ ช่องปาก หรือริมฝีปาก การสัมผัสโดยตรงระหว่างออรัลเซ็กซ์สามารถทำให้ติดเชื้อได้ง่าย
  • โรคเริม (Herpes Simplex Virus) เริมเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายมาก หากอีกฝ่ายมีแผลเริมที่ริมฝีปากหรืออวัยวะเพศ สามารถแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสได้โดยตรง ทั้ง HSV-1 และ HSV-2 สามารถติดได้ทั้งบริเวณปาก และอวัยวะเพศ
  • HPV (Human Papillomavirus) HPV เป็นไวรัสที่พบบ่อยที่สุดชนิดหนึ่ง อาจก่อให้เกิด
    • หูดหงอนไก่
    • มะเร็งปากมดลูก
    • มะเร็งช่องปาก
    • มะเร็งคอหอย
    • มะเร็งทวารหนัก
    • การติดเชื้อ HPV จำนวนมากไม่มีอาการ
  • โรคไวรัสตับอักเสบบี หากสัมผัสสารคัดหลั่งที่มีเชื้อ มีโอกาสติดเชื้อได้ โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน

ทำมช่องปากจึงเป็นทางผ่านของเชื้อโรค

เยื่อบุในช่องปากมีความบอบบาง หากมี

“PrEPLove2test"
  • แผลร้อนใน
  • เหงือกอักเสบ
  • ฟันผุรุนแรง
  • เลือดออกตามไรฟัน

เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น

การหลั่งในปากเพิ่มความเสี่ยงหรือไม่?

คำตอบคือ เพิ่ม

เพราะน้ำอสุจิ และสารคัดหลั่งอาจมีเชื้อโรคหลายชนิด

โดยเฉพาะ

  • HIV
  • หนองใน
  • หนองในเทียม
  • ไวรัสตับอักเสบบี

แม้ว่าความเสี่ยงจะไม่สูงเท่าการสอดใส่ แต่ก็ไม่ควรมองข้าม

ถ้ามีออรัลเซ็กซ์โดยไม่ป้องกัน ควรทำอย่างไร?

หากมีความเสี่ยง ควรสังเกตอาการ เช่น

  • เจ็บคอผิดปกติ
  • มีแผลในปาก
  • มีตุ่ม
  • มีแผลที่อวัยวะเพศ
  • มีตกขาวผิดปกติ
  • มีหนอง
  • ปัสสาวะแสบขัด

อย่างไรก็ตาม โรคหลายชนิดไม่มีอาการ ดังนั้นหากกังวล ควรเข้ารับการตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แม้จะไม่มีอาการก็ตาม หากมีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวี เช่น มีการสัมผัสสารคัดหลั่งร่วมกับปัจจัยเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด เนื่องจากอาจพิจารณาการใช้ยา PEP (Post-Exposure Prophylaxis) ซึ่งควรเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัสความเสี่ยง

วิธีป้องกันโรคจากออรัลเซ็กซ์

วิธีป้องกันโรคจากออรัลเซ็กซ์

  • ใช้ถุงยางอนามัย เป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ดีที่สุดสำหรับการทำออรัลเซ็กซ์กับอวัยวะเพศชาย ปัจจุบันมีถุงยางหลายรสชาติที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
  • ใช้ Dental Dam Dental Dam คือ แผ่นยางบางสำหรับป้องกันการสัมผัสระหว่างปากกับอวัยวะเพศหญิงหรือทวารหนัก ช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • หลีกเลี่ยงเมื่อมีแผล ไม่ควรทำออรัลเซ็กซ์หากมี
    • แผลในปาก
    • เหงือกอักเสบ
    • แผลที่อวัยวะเพศ
    • แผลเริม
    • แผลซิฟิลิส
  • ตรวจสุขภาพทางเพศสม่ำเสมอ ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ควรตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ การตรวจอาจรวมถึง
    • ตรวจเลือด
    • ตรวจปัสสาวะ
    • เก็บตัวอย่างจากคอ
    • เก็บตัวอย่างจากทวารหนัก
    • เก็บตัวอย่างจากอวัยวะเพศ
    • โดยแพทย์จะเลือกการตรวจตามพฤติกรรมทางเพศของแต่ละบุคคล
  • รับวัคซีนที่จำเป็น วัคซีนที่ช่วยลดความเสี่ยง ได้แก่
    • วัคซีน HPV
    • วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี
    • การได้รับวัคซีนตั้งแต่อายุน้อยจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุด แต่ผู้ใหญ่หลายคนก็ยังสามารถรับวัคซีนได้ตามคำแนะนำของแพทย์

วัยรุ่นควรรู้อะไรเกี่ยวกับออรัลเซ็กซ์

หลายคนเริ่มมีประสบการณ์ทางเพศจากออรัลเซ็กซ์ เพราะเชื่อว่าปลอดภัยกว่า

แต่สิ่งสำคัญคือ

  • ออรัลเซ็กซ์ก็เป็นเพศสัมพันธ์รูปแบบหนึ่ง
  • มีโอกาสติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
  • การใช้ถุงยางอนามัยหรือ Dental Dam ช่วยลดความเสี่ยงได้
  • การตรวจสุขภาพทางเพศเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย
  • การพูดคุยกับคู่เกี่ยวกับการป้องกัน และการตรวจโรคก่อนมีเพศสัมพันธ์ เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลกัน และกัน

ออรัลเซ็กซ์ไม่ใช่กิจกรรมที่ปลอดภัย 100%

ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับออรัลเซ็กซ์

ความเชื่อที่ 1 ออรัลเซ็กซ์ปลอดภัย 100%

คำตอบ ไม่จริง

ออรัลเซ็กซ์สามารถแพร่เชื้อได้หลายชนิด เช่น

  • หนองใน
  • หนองในเทียม
  • ซิฟิลิส
  • เริม
  • HPV
  • ไวรัสตับอักเสบบี
  • เอชไอวี (พบได้น้อยกว่า)

ความเชื่อที่ 2 ถ้าไม่มีการหลั่งก็ไม่ติดโรค

คำตอบ ไม่จริง

เชื้อโรคหลายชนิดสามารถอยู่ใน

  • น้ำหล่อลื่น
  • สารคัดหลั่ง
  • น้ำลายบางกรณี
  • แผลที่อวัยวะเพศ
  • เยื่อบุในช่องปาก

จึงสามารถแพร่เชื้อได้แม้ไม่มีการหลั่งน้ำอสุจิ

ความเชื่อที่ 3 ถ้าคู่ดูสะอาดก็ไม่มีโรค

คำตอบ ไม่จริง

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จำนวนมากไม่มีอาการ หลายคนติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว และสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้

ความเชื่อที่ 4ใช้น้ำยาบ้วนปากช่วยป้องกันโรคได้

คำตอบ  ไม่จริง

ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าน้ำยาบ้วนปากสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้

แม้งานวิจัยบางส่วนพบว่าอาจช่วยลดปริมาณเชื้อหนองในในช่องปากได้ชั่วคราว แต่ยังไม่สามารถใช้แทนการป้องกันด้วยถุงยางอนามัยหรือแผ่นยางอนามัย (Dental Dam) ได้

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม

แม้ว่าจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีน้อยกว่าการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดหรือทางทวารหนัก แต่ยังสามารถแพร่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้หลายชนิด เช่น หนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส เริม HPV และไวรัสตับอักเสบบี

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการใช้ถุงยางอนามัยหรือ Dental Dam ทุกครั้งที่มีออรัลเซ็กซ์ รับวัคซีนที่จำเป็น ตรวจสุขภาพทางเพศอย่างสม่ำเสมอ และสื่อสารกับคู่นอนอย่างเปิดเผย การมีข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยให้วัยรุ่นสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศได้อย่างปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง และผู้อื่น

เอกสารอ้างอิง

  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC). About Oral Sex and STI Risk. ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากออรัลเซ็กซ์. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/sti/about/about-oral-sex-and-sti-risk.html
  • World Health Organization (WHO). Sexually transmitted infections (STIs). ข้อมูลเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การป้องกัน และผลกระทบต่อสุขภาพ. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/sexually-transmitted-infections-(stis)
  • World Health Organization (WHO). Human papillomavirus (HPV) and cervical cancer. ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อ HPV การติดเชื้อ และการป้องกันด้วยวัคซีน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/human-papillomavirus-(hpv)-and-cervical-cancer
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์. ข้อมูลการป้องกันเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และแนวทางการตรวจรักษา. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://aidssti.ddc.moph.go.th
  • มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย. ข้อมูลเกี่ยวกับเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการป้องกัน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.thaiaids.org

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save