โรคซิฟิลิส เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ยังคงพบได้อย่างต่อเนื่อง และกำลังกลายเป็นปัญหาสำคัญในหญิงตั้งครรภ์มากขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย โรคนี้อาจไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก ทำให้ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่รู้ตัวว่ามีเชื้ออยู่ในร่างกาย หากไม่ได้รับการตรวจ และรักษาอย่างเหมาะสม เชื้อสามารถส่งผ่านจากแม่สู่ลูกระหว่างตั้งครรภ์ได้ ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น แท้ง คลอดก่อนกำหนด หรือซิฟิลิสแต่กำเนิดในทารก การฝากครรภ์เร็ว และตรวจคัดกรองโรคตั้งแต่ระยะแรกจึงมีความสำคัญอย่างมาก นอกจากนี้ ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงและวิธีป้องกันยังช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ และป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของทั้งแม่ และลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โรคซิฟิลิส คืออะไร?
โรคซิฟิลิส (Syphilis) คือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Treponema pallidum สามารถติดต่อได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ และสามารถถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกระหว่างตั้งครรภ์ได้ หากไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงสุขภาพของทารกในครรภ์
ทำไมการตั้งครรภ์จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซิฟิลิส
ในช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายของผู้หญิงจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านฮอร์โมน และระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของทารก ส่งผลให้ร่างกายมีความไวต่อการติดเชื้อมากขึ้น รวมถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างซิฟิลิส
อีกทั้งหญิงตั้งครรภ์บางรายอาจไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยกับคู่นอน เนื่องจากไม่มีความกังวลเรื่องการคุมกำเนิดแล้ว ทำให้ความเสี่ยงในการรับเชื้อเพิ่มขึ้น หากคู่นอนมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น มีคู่นอนหลายคน หรือไม่เคยตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
นอกจากนี้ ผู้หญิงหลายคนอาจเข้าใจผิดว่า หากไม่มีอาการผิดปกติ แสดงว่าไม่มีการติดเชื้อ ทั้งที่จริงแล้วซิฟิลิสสามารถแฝงตัวโดยไม่แสดงอาการได้นานหลายเดือน
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อซิฟิลิสเพิ่มขึ้น
1. มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
การไม่ใช้ถุงยางอนามัยยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของการติดเชื้อซิฟิลิส โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่ทราบประวัติทางเพศของคู่นอน หรือมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน แม้หญิงตั้งครรภ์จะตั้งครรภ์อยู่แล้ว แต่การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังคงมีความสำคัญ เพราะการติดเชื้อสามารถส่งผลต่อสุขภาพของลูกในครรภ์ได้โดยตรง
2. คู่นอนมีพฤติกรรมเสี่ยง
หากคู่นอนมีคู่นอนหลายคน เคยติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือมีประวัติใช้สารเสพติดร่วมกับผู้อื่น ความเสี่ยงในการนำเชื้อซิฟิลิสมาสู่หญิงตั้งครรภ์จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในหลายกรณี หญิงตั้งครรภ์อาจมีคู่นอนเพียงคนเดียว แต่ยังคงติดเชื้อได้จากพฤติกรรมของอีกฝ่าย
3. ไม่ตรวจคัดกรองโรคระหว่างฝากครรภ์
การฝากครรภ์ช้า หรือไม่เข้ารับการตรวจเลือดตามกำหนด เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตรวจพบซิฟิลิสล่าช้า โดยปกติหญิงตั้งครรภ์ควรได้รับการตรวจซิฟิลิสตั้งแต่เริ่มฝากครรภ์ และอาจต้องตรวจซ้ำในช่วงไตรมาสสุดท้ายในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง
4. เคยติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก่อน
ผู้ที่เคยมีประวัติติดเชื้อ HIV หนองใน เริม หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ จะมีความเสี่ยงต่อการติดซิฟิลิสเพิ่มขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมเสี่ยงเดิมยังอาจคงอยู่ นอกจากนี้ แผลหรือการอักเสบจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังเพิ่มโอกาสให้เชื้อซิฟิลิสเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น
5. ขาดความรู้เกี่ยวกับโรคซิฟิลิส
หลายคนยังเข้าใจว่าซิฟิลิสเป็นโรคในอดีต หรือพบได้น้อย ทั้งที่ปัจจุบันจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ การขาดความรู้เกี่ยวกับอาการ ระยะของโรค และวิธีป้องกัน ทำให้ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่เข้ารับการตรวจรักษา
6. การใช้สารเสพติด และแอลกอฮอล์
การดื่มแอลกอฮอล์หนักหรือใช้สารเสพติดอาจส่งผลต่อการตัดสินใจ ทำให้เกิดพฤติกรรมทางเพศที่ไม่ปลอดภัย เช่น ไม่ใช้ถุงยางอนามัย หรือมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนที่ไม่รู้ประวัติสุขภาพ
อาการของโรคซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์
ซิฟิลิสแบ่งออกเป็นหลายระยะ และแต่ละระยะมีอาการแตกต่างกัน
ระยะที่ 1
- มีแผลริมแข็งบริเวณอวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนัก
- แผลมักไม่เจ็บ ทำให้หลายคนไม่สังเกต
ระยะที่ 2
- มีผื่นขึ้นตามลำตัว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า
- มีไข้ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต
- ผมร่วงเป็นหย่อม
ระยะแฝง
- ไม่มีอาการชัดเจน
- ตรวจพบได้จากการตรวจเลือดเท่านั้น
ระยะรุนแรง หากปล่อยไว้นานหลายปี อาจเกิดความเสียหายต่อหัวใจ สมอง ระบบประสาท และอวัยวะสำคัญอื่น ๆ
โรคซิฟิลิสส่งผลอย่างไรต่อทารกในครรภ์
หากหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อซิฟิลิส และไม่ได้รับการรักษา เชื้อแบคทีเรีย Treponema pallidum สามารถส่งผ่านรกไปสู่ทารกได้ทุกช่วงของการตั้งครรภ์ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงทั้งระหว่างตั้งครรภ์ และหลังคลอด โดยภาวะที่พบได้สำคัญคือ โรคซิฟิลิสแต่กำเนิด (Congenital Syphilis) ซึ่งเกิดจากการที่ทารกได้รับเชื้อจากมารดาตั้งแต่อยู่ในครรภ์
โรคซิฟิลิสแต่กำเนิดอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโต ระบบประสาท กระดูก ดวงตา และพัฒนาการของเด็กในระยะยาว บางรายอาจไม่มีอาการทันทีหลังคลอด ทำให้ผู้ปกครองไม่ทราบว่าทารกติดเชื้อ จนเริ่มมีอาการผิดปกติในภายหลัง
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทารกในครรภ์
- แท้งบุตร
- ทารกเสียชีวิตในครรภ์
- คลอดก่อนกำหนด
- น้ำหนักแรกเกิดต่ำ
- ภาวะซิฟิลิสแต่กำเนิด
- ความผิดปกติของสมอง และระบบประสาท
- กระดูก และฟันผิดรูป
- ปัญหาด้านการมองเห็น และการได้ยิน
- พัฒนาการล่าช้าในระยะยาว
แม้ว่าซิฟิลิสจะเป็นโรคที่สามารถรักษาได้ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการวินิจฉัย และรักษาอย่างเหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กไปตลอดชีวิต ดังนั้น การฝากครรภ์เร็ว การตรวจคัดกรองซิฟิลิสตั้งแต่ระยะแรก และการรักษาทันทีเมื่อพบการติดเชื้อ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับทารกในครรภ์
วิธีป้องกันโรคซิฟิลิสระหว่างตั้งครรภ์
- ฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ การฝากครรภ์เร็วช่วยให้ตรวจพบโรคและรักษาได้ทันเวลา ลดความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์
- ตรวจเลือดคัดกรองซิฟิลิส หญิงตั้งครรภ์ทุกคนควรตรวจซิฟิลิสอย่างน้อย 1 ครั้งระหว่างตั้งครรภ์ และอาจต้องตรวจซ้ำในกลุ่มเสี่ยงสูง
- ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง แม้อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ การใช้ถุงยางอนามัยยังมีความสำคัญในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- ชวนคู่นอนเข้ารับการตรวจ หากหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ คู่นอนควรได้รับการตรวจและรักษาพร้อมกัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การมีคู่นอนหลายคน การใช้สารเสพติด หรือการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน

โรคซิฟิลิสแต่กำเนิด คืออะไร?
โรคซิฟิลิสแต่กำเนิด (Congenital Syphilis) คือภาวะที่ทารกได้รับเชื้อซิฟิลิสจากมารดาระหว่างตั้งครรภ์ โดยเชื้อแบคทีเรีย Treponema pallidum สามารถส่งผ่านรกเข้าสู่ทารกได้ทุกช่วงอายุครรภ์ หากหญิงตั้งครรภ์ไม่ได้รับการตรวจหรือรักษาอย่างเหมาะสม อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพ และพัฒนาการของเด็กตั้งแต่แรกเกิด
ทารกบางรายอาจไม่มีอาการทันทีหลังคลอด แต่สามารถเริ่มแสดงอาการในช่วงเดือนหรือปีต่อมา ทำให้การตรวจคัดกรองซิฟิลิสระหว่างฝากครรภ์มีความสำคัญอย่างมาก
สาเหตุของโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด
- มารดาติดเชื้อซิฟิลิสระหว่างตั้งครรภ์
- ไม่ได้รับการตรวจคัดกรองตั้งแต่เริ่มฝากครรภ์
- ตรวจพบเชื้อช้า และรักษาไม่ทันเวลา
- คู่นอนไม่ได้รับการรักษา ทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำ
- ขาดการดูแลสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์อย่างต่อเนื่อง
อาการของซิฟิลิสแต่กำเนิดในทารก
- น้ำหนักตัวแรกเกิดต่ำ
- คลอดก่อนกำหนด
- มีผื่นหรือแผลตามร่างกาย
- ตับ และม้ามโต
- ซีดหรือมีภาวะโลหิตจาง
- หายใจลำบาก
- กระดูก และฟันผิดรูป
- พัฒนาการล่าช้า
- ปัญหาทางการได้ยินหรือการมองเห็น
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
- แท้งบุตร
- ทารกเสียชีวิตในครรภ์
- ทารกเสียชีวิตหลังคลอด
- ความผิดปกติของสมอง และระบบประสาท
- การเจริญเติบโตผิดปกติในระยะยาว
- ความพิการถาวรหากไม่ได้รับการรักษา
วิธีป้องกันโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด
- ฝากครรภ์ตั้งแต่ระยะแรก
- ตรวจเลือดคัดกรองซิฟิลิสตามแพทย์แนะนำ
- รักษาทันทีเมื่อพบการติดเชื้อ
- ใช้ถุงยางอนามัยเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
- ให้คู่นอนเข้ารับการตรวจ และรักษาพร้อมกัน
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยง
โรคซิฟิลิสแต่กำเนิดรักษาได้หรือไม่?
โรคซิฟิลิสแต่กำเนิดสามารถป้องกันได้ หากหญิงตั้งครรภ์ได้รับการตรวจคัดกรอง และรักษาอย่างรวดเร็ว โดยยาปฏิชีวนะสามารถช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดูแลครรภ์อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องสุขภาพของทั้งแม่ และทารกในครรภ์
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม
- การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ : รู้ให้ครบ ตรวจให้ชัวร์ สุขภาพปลอดภัย
- โรคซิฟิลิส : ความเสี่ยงในกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงานที่คุณต้องรู้
โรคซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์เป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจส่งผลร้ายแรงต่อทั้งแม่และลูก ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การไม่ตรวจคัดกรอง การมีคู่นอนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง และการขาดความรู้เกี่ยวกับโรค
การฝากครรภ์เร็ว ตรวจเลือดตามกำหนด ใช้ถุงยางอนามัย และดูแลสุขภาพทางเพศอย่างเหมาะสม คือวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากซิฟิลิสระหว่างตั้งครรภ์
เอกสารอ้างอิง
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Syphilis During Pregnancy. ข้อมูลเกี่ยวกับซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์ การแพร่เชื้อสู่ทารก และแนวทางป้องกัน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/syphilis/about/syphilis-during-pregnancy.html
- World Health Organization (WHO). Sexually Transmitted Infections (STIs). ข้อมูลเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/sexually-transmitted-infections-(stis)
- World Health Organization (WHO). Global Guidance on Elimination of Mother-to-Child Transmission of Syphilis. แนวทางป้องกันการถ่ายทอดเชื้อซิฟิลิสจากแม่สู่ลูก. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/publications/i/item/9789240039360
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลโรคซิฟิลิส การป้องกัน และสถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในประเทศไทย. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดูแลหญิงตั้งครรภ์และการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ระหว่างตั้งครรภ์. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://anamai.moph.go.th


