ในปัจจุบัน การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) มีความก้าวหน้าอย่างมาก หนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกคือ PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) หรือการรับประทานยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อ ซึ่งช่วยลดโอกาสการติดเชื้อเอชไอวีได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อใช้อย่างถูกต้อง
นอกจาก PrEP แบบรับประทานทุกวัน (Daily PrEP) แล้ว ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความสนใจ คือ PrEP On-Demand หรือ PrEP แบบ 2-1-1 ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้ง และสามารถวางแผนล่วงหน้าก่อนมีเพศสัมพันธ์ได้
PrEP On-Demand คืออะไร?
PrEP On-Demand หรือ Event-Driven PrEP คือ การรับประทานยาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี เฉพาะช่วงที่คาดว่าจะมีเพศสัมพันธ์ แทนการรับประทานทุกวัน
แนวทางนี้ได้รับการศึกษาทางคลินิกอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (Men who have Sex with Men: MSM) และพบว่าสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีได้สูง หากรับประทานยาอย่างถูกต้องตามกำหนด
PrEP On-Demand ใช้สูตรที่เรียกว่า 2-1-1 Dosing หมายถึง
- 2 เม็ด ก่อนมีเพศสัมพันธ์
- 1 เม็ด หลังจากนั้น 24 ชั่วโมง
- 1 เม็ด อีก 24 ชั่วโมงถัดมา
รวมทั้งหมด 4 เม็ด สำหรับการมีเพศสัมพันธ์หนึ่งช่วงเวลา
PrEP On-Demand แตกต่างจาก Daily PrEP อย่างไร?
| Daily PrEP | PrEP On-Demand |
| รับประทานทุกวัน | รับประทานเฉพาะช่วงที่จะมีเพศสัมพันธ์ |
| เหมาะกับผู้มีความเสี่ยงต่อเนื่อง | เหมาะกับผู้มีเพศสัมพันธ์เป็นครั้งคราว |
| ไม่ต้องวางแผนล่วงหน้ามาก | ต้องวางแผนก่อนมีเพศสัมพันธ์ |
| ป้องกันได้ต่อเนื่อง | ป้องกันเมื่อใช้ตามตารางเท่านั้น |
วิธีใช้ PrEP On-Demand แบบ 2-1-1
แนวทางมาตรฐานคือ
- ขั้นตอนที่ 1 รับประทานยา 2 เม็ด ก่อนมีเพศสัมพันธ์ 2-24 ชั่วโมง
- ขั้นตอนที่ 2 หลังจากรับประทาน 2 เม็ดแรกครบ 24 ชั่วโมง รับประทานอีก 1 เม็ด
- ขั้นตอนที่ 3 หลังจากเม็ดที่สามครบ 24 ชั่วโมง รับประทานอีก 1 เม็ด จึงถือว่าครบสูตร
- สรุปคือ 2 เม็ด → 1 เม็ด → 1 เม็ด
- หรือที่เรียกว่า 2-1-1
หากมีเพศสัมพันธ์ต่อเนื่องหลายวัน ต้องทำอย่างไร?
หากยังคงมีเพศสัมพันธ์ในวันถัด ๆ ไป ไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ด้วย 2 เม็ด แต่ให้รับประทาน
- วันละ 1 เม็ด
- ต่อเนื่องทุกวันที่ยังมีเพศสัมพันธ์
จากนั้น เมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายแล้ว ให้รับประทานต่ออีก
- 1 เม็ด
- อีก 1 เม็ดในวันถัดไป
รวมอย่างน้อย 2 วันหลังการมีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย
PrEP On-Demand เหมาะกับใครบ้าง?
แนวทางนี้เหมาะกับผู้ที่
- มีเพศสัมพันธ์ไม่บ่อย
- สามารถวางแผนก่อนมีเพศสัมพันธ์ได้
- ไม่ต้องการรับประทานยาทุกวัน
- มีความเสี่ยงต่อ HIV เป็นครั้งคราว
- รับประทานยาตรงเวลาได้
ตัวอย่างเช่น
- ผู้ที่มีคู่นอนเป็นครั้งคราว
- ผู้ที่เดินทางไปพบคู่นอนเป็นบางโอกาส
- ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์เฉพาะช่วงวันหยุด
ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับ PrEP On-Demand?
PrEP On-Demand อาจไม่เหมาะสำหรับ
- ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้วางแผน
- ผู้ที่ลืมรับประทานยาบ่อย
- ผู้ที่มีความเสี่ยงทุกวัน
- ผู้ที่ไม่สามารถรับประทานยาตามเวลาได้
ในกรณีดังกล่าว Daily PrEP อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า
PrEP On-Demand มีประสิทธิภาพแค่ไหน?
งานวิจัยหลายฉบับพบว่า เมื่อรับประทานตามสูตร 2-1-1 อย่างเคร่งครัด
PrEP On-Demand สามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อ HIV ได้ในระดับสูง โดยเฉพาะในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีหลักฐานทางวิชาการรองรับมากที่สุด อย่างไรก็ตาม
ประสิทธิภาพจะลดลงอย่างมากหาก
- ลืมรับประทานยา
- รับประทานไม่ครบ
- รับประทานช้ากว่ากำหนด
PrEP On-Demand ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นได้หรือไม่?
คำตอบคือ ไม่ได้
PrEP ป้องกันเฉพาะการติดเชื้อ HIV ไม่สามารถป้องกัน
- ซิฟิลิส
- หนองใน
- หนองในเทียม
- เริม
- HPV
- ไวรัสตับอักเสบบี (ในผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน)
- ฝีมะม่วง
- แผลริมอ่อน
ดังนั้น ยังควรใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วยทุกครั้งที่เป็นไปได้

ก่อนเริ่มใช้ PrEP On-Demand ต้องตรวจอะไรบ้าง?
ก่อนเริ่มใช้ PrEP On-Demand ควรได้รับการประเมินจากแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อยืนยันว่าสามารถใช้ยาได้อย่างปลอดภัย และเหมาะสม โดยทั่วไปจะมีการตรวจดังนี้
- ตรวจ HIV เพื่อยืนยันว่าไม่มีการติดเชื้อเอชไอวีก่อนเริ่มใช้ยา
- ประเมินการทำงานของไต เนื่องจากยาบางชนิดที่ใช้ใน PrEP อาจมีผลต่อการทำงานของไตในบางราย
- ตรวจไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) เพราะยาบางชนิดใน PrEP มีผลต่อการรักษาไวรัสตับอักเสบบี และการหยุดยาอาจส่งผลต่อโรคได้
- ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) เช่น ซิฟิลิส หนองใน หนองในเทียม และโรคอื่น ๆ เพื่อรับการรักษาหากตรวจพบ
- ประเมินความเสี่ยง และความเหมาะสมของการใช้ PrEP รวมถึงพิจารณาว่า PrEP On-Demand หรือ Daily PrEP เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลมากกว่า
ระหว่างใช้ PrEP On-Demand ควรตรวจติดตามอะไร?
แม้จะไม่ได้รับประทานยา PrEP ทุกวัน แต่ผู้ใช้ PrEP On-Demand ยังควรเข้ารับการติดตามสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ายังคงใช้ยาได้อย่างปลอดภั ยและมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปแนะนำให้
- ตรวจ HIV ทุก 3 เดือน เพื่อยืนยันว่าไม่มีการติดเชื้อเอชไอวี และป้องกันการใช้ยา PrEP ในผู้ที่ติดเชื้อโดยไม่ทราบมาก่อน
- ตรวจการทำงานของไต ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีปัจจัยเสี่ยงด้านไต
- ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) เป็นระยะ เนื่องจาก PrEP ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่น เช่น ซิฟิลิส หนองใน หนองในเทียม หรือเริม
- ประเมินพฤติกรรมความเสี่ยง และการใช้ยา เพื่อให้แพทย์สามารถแนะนำวิธีการป้องกันที่เหมาะสม รวมถึงพิจารณาว่าควรใช้ PrEP On-Demand ต่อไป หรือเปลี่ยนเป็น Daily PrEP หากรูปแบบการมีเพศสัมพันธ์เปลี่ยนแปลง
หลังการใช้ PrEP On-Demand ควรทำอย่างไร?
หลังจากใช้ PrEP On-Demand ครบตามสูตร 2-1-1 แล้ว ยังมีข้อปฏิบัติที่ควรทราบเพื่อให้การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) มีประสิทธิภาพสูงสุด และดูแลสุขภาพทางเพศได้อย่างเหมาะสม ดังนี้
- รับประทานยาให้ครบตามสูตร แม้ว่าการมีเพศสัมพันธ์จะสิ้นสุดลงแล้ว ควรรับประทานยาให้ครบตามสูตร 2-1-1 โดยไม่หยุดยาเอง เพราะการรับประทานยาไม่ครบอาจทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกัน HIV ลดลง หากมีเพศสัมพันธ์ต่อเนื่องหลายวัน ให้รับประทานยา วันละ 1 เม็ด ในทุกวันที่ยังมีเพศสัมพันธ์ และหลังจากมีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย ให้รับประทานยาต่ออีก 2 วัน (วันละ 1 เม็ด) ก่อนหยุดยา
- สังเกตอาการผิดปกติหลังใช้ยา ผู้ใช้บางรายอาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อย เช่น
- คลื่นไส้
- ปวดศีรษะ
- เวียนศีรษะ
- ปวดท้อง
- ท้องเสีย
- อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและหายได้เอง แต่หากมีอาการรุนแรง เช่น ผื่นแพ้ยา หายใจลำบาก หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ ควรหยุดยา และรีบพบแพทย์ทันที
- ประเมินความเสี่ยงหลังมีเพศสัมพันธ์ หากลืมรับประทานยา รับประทานยาไม่ครบตามสูตร หรือมีเหตุการณ์ที่อาจทำให้ประสิทธิภาพของ PrEP ลดลง ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจต้องพิจารณาการใช้ PEP (Post-Exposure Prophylaxis) ซึ่งควรเริ่มภายใน 72 ชั่วโมง หลังการสัมผัสเชื้อที่มีความเสี่ยง
- ใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอ แม้ PrEP On-Demand จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่น เช่น ซิฟิลิส หนองใน หนองในเทียม เริม หรือ HPV รวมถึงไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น การใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ยังคงเป็นวิธีป้องกันที่สำคัญ
- ตรวจสุขภาพ และติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ แม้จะใช้ PrEP เฉพาะในช่วงที่มีความเสี่ยง ผู้ใช้ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่
- ตรวจ HIV ทุก 3 เดือน
- ตรวจการทำงานของไตตามความเหมาะสม
- ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) เป็นระยะ
- ประเมินพฤติกรรมความเสี่ยง และความเหมาะสมในการใช้ PrEP อย่างต่อเนื่อง
- ทบทวนความเหมาะสมของรูปแบบการใช้ PrEP หากรูปแบบการมีเพศสัมพันธ์เปลี่ยนไป เช่น มีเพศสัมพันธ์บ่อยขึ้น หรือไม่สามารถวางแผนล่วงหน้าได้ การใช้ Daily PrEP อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแนวทางการป้องกัน HIV ที่เหมาะกับความเสี่ยง และการใช้ชีวิตของตนเองมากที่สุด

ข้อดีของ PrEP On-Demand
- ไม่ต้องรับประทานยาทุกวัน
- ใช้ยาน้อยกว่าในผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ไม่บ่อย
- ลดค่าใช้จ่ายในการใช้ยา
- มีประสิทธิภาพสูงเมื่อใช้ถูกต้อง
- เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการ Daily PrEP
ข้อจำกัดของ PrEP On-Demand
- ต้องวางแผนก่อนมีเพศสัมพันธ์
- ต้องรับประทานยาตรงเวลา
- ไม่เหมาะกับผู้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่คาดคิด
- ไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่น
- หลักฐานรองรับยังจำกัดในบางกลุ่มประชากร
ผลข้างเคียงของ PrEP On-Demand
ผู้ใช้บางรายอาจพบ
- คลื่นไส้
- ปวดท้อง
- ท้องเสีย
- เวียนศีรษะ
- ปวดศีรษะ
อาการเหล่านี้มักเกิดในช่วงแรก และดีขึ้นเอง ผลข้างเคียงที่เกี่ยวข้องกับไตหรือกระดูกพบไม่บ่อย แต่ควรติดตามตามคำแนะนำของแพทย์
หากลืมรับประทานยา ควรทำอย่างไร?
หากลืมรับประทานยาในสูตร 2-1-1 ประสิทธิภาพในการป้องกัน HIV อาจลดลง ไม่ควรเพิ่มจำนวนยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำ หากสงสัยว่ามีการสัมผัสเชื้อ HIV และใช้ยาไม่ครบตามกำหนด ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจต้องพิจารณาใช้ PEP (Post-Exposure Prophylaxis) ซึ่งต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงหลังการสัมผัสเชื้อ
PrEP On-Demand ใช้ได้กับทุกคนหรือไม่?
ปัจจุบัน หลักฐานทางวิชาการรองรับการใช้ PrEP On-Demand แบบ 2-1-1 ใน ผู้ใหญ่ที่เป็นชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) เป็นหลัก สำหรับกลุ่มอื่น เช่น
- ผู้หญิง
- ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด
- บุคคลข้ามเพศบางกลุ่ม
- ผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีด
ยังมีข้อมูลสนับสนุนไม่เพียงพอ หรือแนวทางส่วนใหญ่ยังแนะนำ Daily PrEP เป็นมาตรฐาน ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม
- ลืมกิน PrEP มีผลต่อการป้องกันเอชไอวีแค่ไหน?
- รู้จัก PrEP และ PEP ให้ลึก ใช้เมื่อไร? ใครควรใช้? ต่างกันตรงไหน?
PrEP On-Demand หรือการใช้ PrEP แบบ 2-1-1 เป็นอีกทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ HIV สำหรับผู้ที่สามารถวางแผนการมีเพศสัมพันธ์ล่วงหน้า และอยู่ในกลุ่มที่มีหลักฐานรองรับ โดยเฉพาะชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย การใช้ยาให้ถูกต้องตามสูตร การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และการใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน HIV และลดความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นได้อย่างครอบคลุม
เอกสารอ้างอิง
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). PrEP Overview. Comprehensive information on HIV pre-exposure prophylaxis. [Online] Available at: https://www.cdc.gov/hiv/prevention/prep.html
- World Health Organization (WHO). Consolidated Guidelines on HIV Prevention, Testing, Treatment, Service Delivery and Monitoring. [Online] Available at: https://www.who.int/publications
- UNAIDS. Global HIV Prevention Resources and Guidance. [Online] Available at: https://www.unaids.org
- กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค. แนวทางการป้องกันและดูแลรักษาการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://aidssti.ddc.moph.go.th
- มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย. ความรู้เกี่ยวกับ PrEP และการป้องกันเอชไอวี. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.thaiaids.org


