ช่วยตัวเองบ่อยเกินไปไหม? สัญญาณที่บอกว่าควรปรับพฤติกรรม

การช่วยตัวเอง หรือการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง เป็นพฤติกรรมทางเพศที่พบได้ทั่วไปในมนุษย์ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่ตอนต้น หลายคนอาจเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำบ่อยเกินไปหรือเปล่า? หรือ การช่วยตัวเองทุกวันถือว่าผิดปกติไหม? ความจริงแล้ว การช่วยตัวเองไม่ได้เป็นเรื่องผิดหรืออันตราย หากทำอย่างเหมาะสม และไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน

ในทางการแพทย์ และจิตวิทยา การช่วยตัวเองถือเป็นพฤติกรรมทางเพศที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ ช่วยให้รู้จักร่างกายของตัวเอง ลดความเครียด และปลดปล่อยความต้องการทางเพศ อย่างไรก็ตาม หากพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นมากเกินไปจนเริ่มรบกวนสุขภาพ ความสัมพันธ์ หรือการใช้ชีวิตประจำวัน ก็อาจเป็นสัญญาณว่าควรปรับพฤติกรรม

การช่วยตัวเอง คืออะไร? และเป็นเรื่องปกติหรือไม่?

การช่วยตัวเอง (Masturbation) คือ การกระตุ้นอวัยวะเพศของตนเองเพื่อให้เกิดความพึงพอใจทางเพศ ซึ่งอาจนำไปสู่การถึงจุดสุดยอด (orgasm) พฤติกรรมนี้พบได้ในทุกเพศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง หรือผู้มีความหลากหลายทางเพศ

นักวิจัยด้านพฤติกรรมทางเพศพบว่า คนส่วนใหญ่เคยช่วยตัวเองอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต และหลายคนทำเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนเพศเพิ่มสูงขึ้น

“ChatLove2test"

สิ่งสำคัญคือ การช่วยตัวเองไม่ได้ทำให้เกิดโรค ไม่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ และไม่ทำให้เกิดปัญหาทางเพศในระยะยาว หากทำอย่างเหมาะสม และไม่ส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิต

ประโยชน์ของการช่วยตัวเองต่อสุขภาพ

แม้บางสังคมอาจยังมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการช่วยตัวเอง แต่ในความเป็นจริง พฤติกรรมนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน เช่น

“PrEPLove2test"
  • ลดความเครียด และช่วยให้ผ่อนคลาย การถึงจุดสุดยอดทำให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน และโดพามีน ซึ่งช่วยลดความเครียด เพิ่มความรู้สึกผ่อนคลาย และทำให้อารมณ์ดีขึ้น
  • ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น หลังการหลั่งฮอร์โมนแห่งความผ่อนคลาย ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะสงบ ส่งผลให้หลายคนรู้สึกง่วง และนอนหลับง่ายขึ้น
  • ช่วยให้รู้จักร่างกายของตัวเอง การสำรวจความรู้สึกทางเพศของตัวเองช่วยให้เข้าใจร่างกายมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยให้การมีเพศสัมพันธ์กับคู่รักมีความพึงพอใจมากขึ้น
  • อาจช่วยลดความเสี่ยงโรคบางชนิด งานวิจัยบางชิ้นพบว่า การหลั่งอสุจิอย่างสม่ำเสมออาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่อมลูกหมากในผู้ชาย

การช่วยตัวเองบ่อยแค่ไหนจึงถือว่าปกติ

คำถามยอดฮิตคือ ควรช่วยตัวเองกี่ครั้งต่อสัปดาห์? คำตอบคือ ไม่มีจำนวนที่ตายตัว

ความถี่ในการช่วยตัวเองของแต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • อายุ
  • ระดับฮอร์โมน
  • สุขภาพกาย และสุขภาพจิต
  • ความเครียด
  • สถานะความสัมพันธ์

บางคนอาจช่วยตัวเองสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ในขณะที่บางคนอาจทำทุกวัน ซึ่งยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ หากไม่ทำให้เกิดปัญหาในชีวิต

สัญญาณที่บอกว่าคุณอาจช่วยตัวเองมากเกินไป

แม้การช่วยตัวเองจะเป็นเรื่องปกติ แต่หากเริ่มมีสัญญาณต่อไปนี้ อาจเป็นสัญญาณว่าควรปรับพฤติกรรม

  • รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หากคุณใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการช่วยตัวเองจนทำให้
    • งานหรือการเรียนเสียหาย
    • ละเลยหน้าที่
    • นอนดึกเพราะหมกมุ่นกับเรื่องเพศ
    • นี่อาจเป็นสัญญาณของพฤติกรรมที่ควบคุมยาก
  • ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ หากรู้สึกว่าตัวเองต้องช่วยตัวเองบ่อย ๆ แม้ไม่ต้องการ หรือพยายามหยุดแต่หยุดไม่ได้ อาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเสพติดทางเพศ
  • ใช้การช่วยตัวเองเพื่อหนีปัญหา บางคนใช้การช่วยตัวเองเป็นวิธีหลีกหนี
    • ความเครียด
    • ความเหงา
    • ความวิตกกังวล
    • หากพฤติกรรมนี้กลายเป็นวิธีรับมือกับอารมณ์เพียงอย่างเดียว อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตในระยะยาว
  • ส่งผลต่อความสัมพันธ์กับคู่รัก หากการช่วยตัวเองบ่อยเกินไปทำให้
    • ความต้องการทางเพศกับคู่รักลดลง
    • ไม่สนใจการมีเพศสัมพันธ์จริง
    • เกิดปัญหาความใกล้ชิด
    • อาจถึงเวลาที่ต้องทบทวนพฤติกรรม
  • เกิดการระคายเคืองหรือบาดเจ็บ การกระตุ้นอวัยวะเพศบ่อยหรือรุนแรงเกินไปอาจทำให้เกิด
    • ผิวหนังระคายเคือง
    • แผลถลอก
    • อาการปวด
    • ซึ่งเป็นสัญญาณว่าร่างกายต้องการพัก
วิธีปรับพฤติกรรม หากรู้สึกว่าช่วยตัวเองมากเกินไป

วิธีปรับพฤติกรรม หากรู้สึกว่าช่วยตัวเองมากเกินไป

หากคุณรู้สึกว่าพฤติกรรมนี้เริ่มควบคุมยาก สามารถเริ่มปรับได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • หาสาเหตุของพฤติกรรม ลองสังเกตว่าคุณช่วยตัวเองเพราะอะไร เช่น
    • ความเครียด
    • ความเบื่อ
    • ความเหงา
    • เมื่อเข้าใจสาเหตุ จะสามารถหาวิธีรับมือที่เหมาะสมได้
  • จัดตารางกิจกรรมใหม่ การมีกิจกรรมอื่นที่ทำให้ร่างกาย และสมองมีส่วนร่วม เช่น
    • ออกกำลังกาย
    • ทำงานอดิเรก
    • พบปะเพื่อน
    • ช่วยลดความหมกมุ่นกับเรื่องเพศได้
  • ลดการกระตุ้นทางเพศ การลดการดูสื่อลามกหรือเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์ทางเพศอาจช่วยให้ควบคุมพฤติกรรมได้ง่ายขึ้น
  • ฝึกการจัดการความเครียด วิธีจัดการความเครียดที่ดี เช่น
    • การทำสมาธิ
    • การออกกำลังกาย
    • การพูดคุยกับคนที่ไว้ใจ
    • ช่วยลดความจำเป็นในการใช้พฤติกรรมทางเพศเพื่อระบายอารมณ์
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากจำเป็น หากพฤติกรรมเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตอย่างรุนแรง การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหรือเพศวิทยาอาจช่วยให้เข้าใจ และจัดการปัญหาได้ดีขึ้น

การดูแลสุขภาพทางเพศอย่างสมดุล

สุขภาพทางเพศไม่ได้หมายถึงเพียงการมีเพศสัมพันธ์หรือการช่วยตัวเอง แต่รวมถึงความสมดุลของ

  • สุขภาพกาย
  • สุขภาพจิต
  • ความสัมพันธ์กับผู้อื่น

การมีทัศนคติที่ดีต่อเรื่องเพศ เข้าใจร่างกายของตัวเอง และเคารพขอบเขตของตัวเอง และผู้อื่น เป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพทางเพศที่ดี

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม

การช่วยตัวเองเป็นพฤติกรรมทางเพศที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ และในหลายกรณีก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการรักษาสมดุล หากพฤติกรรมนี้เริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ความสัมพันธ์ หรือสุขภาพร่างกาย อาจเป็นสัญญาณว่าควรปรับพฤติกรรม

การเรียนรู้ที่จะเข้าใจร่างกายของตัวเอง รับฟังสัญญาณจากร่างกาย และดูแลสุขภาพทางเพศอย่างเหมาะสม จะช่วยให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ

เอกสารอ้างอิง

  • World Health Organization (WHO). Sexual health and well-being. ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศและพฤติกรรมทางเพศของมนุษย์. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/health-topics/sexual-health
  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Sexual Health Basics. ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศและพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัย. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/sexualhealth
  • Planned Parenthood Federation of America. Masturbation: Frequently Asked Questions. ข้อมูลเกี่ยวกับการช่วยตัวเอง ประโยชน์ และข้อเท็จจริงทางสุขภาพ. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.plannedparenthood.org
  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ความรู้เรื่องสุขภาพทางเพศและพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสม. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.anamai.moph.go.th
  • องค์การกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA). Comprehensive Sexuality Education and Sexual Health. ข้อมูลเกี่ยวกับเพศศึกษาและสุขภาพทางเพศ. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.unfpa.org

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save