การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี หรือ HIV ในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงการใช้ถุงยางอนามัยเท่านั้น แต่ยังมีทางเลือกด้านการป้องกันด้วยยา เช่น PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) หรือยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อใช้อย่างเหมาะสม
หนึ่งในรูปแบบของ PrEP ที่หลายคนอาจเคยได้ยินคือ PrEP On-Demand หรือ Event-Driven PrEP ซึ่งเป็นแนวทางการใช้ PrEP แบบวางแผนตามช่วงเวลาที่คาดว่าจะมีความเสี่ยง แทนการรับประทานยาเป็นประจำทุกวัน อย่างไรก็ตาม รูปแบบนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน และการเลือกวิธีป้องกันควรพิจารณาจากลักษณะการสัมผัสเชื้อ เพศวิถี สุขภาพโดยรวม และแนวทางที่ใช้ในประเทศนั้น ๆ
ในประเทศไทย แนวทาง PrEP ระบุว่าการรับประทาน PrEP ทุกวันเป็นแนวทางหลักสำหรับประชากรโดยรวม ขณะที่ PrEP แบบ On-Demand สามารถพิจารณาในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) ซึ่งมีความเสี่ยงไม่บ่อยและสามารถวางแผนการมีเพศสัมพันธ์ได้ ทั้งนี้ควรได้รับการประเมินและคำแนะนำจากผู้ให้บริการสุขภาพก่อนเลือกวิธีดังกล่าว
PrEP คืออะไร?
PrEP ย่อมาจาก Pre-Exposure Prophylaxis หมายถึง การใช้ยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการติดเชื้อ HIV ก่อนที่จะมีโอกาสสัมผัสเชื้อ โดย PrEP มีไว้สำหรับผู้ที่ยังไม่มีการติดเชื้อ HIV แต่มีโอกาสได้รับเชื้อจากสถานการณ์หรือพฤติกรรมบางรูปแบบ
หลักการของ PrEP คือการทำให้ระดับยาที่มีฤทธิ์ต่อ HIV อยู่ในร่างกายเพียงพอที่จะช่วยป้องกันการติดเชื้อเมื่อเกิดการสัมผัสเชื้อ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของ PrEP มีความสัมพันธ์กับการใช้ยาอย่างถูกต้องและเหมาะสม รวมถึงการตรวจ HIV และการติดตามสุขภาพตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
กรมควบคุมโรคระบุว่า PrEP เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการป้องกัน HIV และสามารถใช้ในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น ผู้ที่มีคู่นอนที่มี HIV ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และกลุ่มอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงตามบริบทของแต่ละบุคคล
PrEP จึงแตกต่างจาก PEP (Post-Exposure Prophylaxis) ซึ่งเป็นยาป้องกัน HIV หลังจากมีเหตุการณ์ที่อาจสัมผัสเชื้อแล้ว ทั้งสองวิธีมีวัตถุประสงค์และช่วงเวลาการใช้แตกต่างกัน ไม่ควรนำมาใช้แทนกัน
PrEP On-Demand คืออะไร?
PrEP On-Demand คือรูปแบบการใช้ PrEP ที่วางแผนให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่คาดว่าจะมีความเสี่ยงต่อการสัมผัส HIV แทนการรับประทาน PrEP อย่างต่อเนื่องทุกวัน
ในเอกสารทางวิชาการอาจพบคำว่า
- On-Demand PrEP
- Event-Driven PrEP
- Intermittent PrEP
- Non-Daily PrEP
- 2+1+1 PrEP
โดยแนวคิดของรูปแบบนี้คือ การใช้ PrEP ตามเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง ไม่ใช่การรับประทานทุกวันตลอดเวลา
องค์การอนามัยโลกเคยออกคำแนะนำเกี่ยวกับ event-driven oral PrEP สำหรับชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย โดยมีข้อมูลสนับสนุนว่าการใช้ PrEP ในลักษณะดังกล่าวสามารถเป็นทางเลือกเพิ่มเติมจาก PrEP แบบรายวันในกลุ่มที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือคำว่า On-Demand ไม่ได้หมายความว่าใครก็ตามสามารถหยิบ PrEP มารับ
ประทานเฉพาะวันที่คิดว่ามีความเสี่ยงได้โดยไม่ต้องประเมินก่อน เพราะความเหมาะสมของ PrEP รูปแบบนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของการสัมผัสเชื้อและข้อมูลทางการแพทย์
2+1+1 คืออะไร?
คำว่า 2+1+1 เป็นชื่อเรียกที่ใช้กับรูปแบบการรับประทาน PrEP แบบ Event-Driven ที่มีการศึกษามากที่สุด โดยมีหลักการแบ่งยาออกเป็นช่วงก่อนและหลังการมีเพศสัมพันธ์
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่าแนวทางดังกล่าวได้รับการแนะนำเป็นทางเลือกสำหรับ ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ในบริบทที่เหมาะสม ขณะที่แนวทางของประเทศไทยก็ระบุถึง On-Demand PrEP สำหรับกลุ่ม MSM ที่มีความเสี่ยงไม่บ่อยและสามารถวางแผนได้
สำหรับบทความให้ความรู้ทั่วไป ควรเข้าใจว่า 2+1+1 เป็นชื่อของรูปแบบการใช้ยา ไม่ใช่สูตรที่ควรนำไปปรับใช้ด้วยตนเองโดยไม่ผ่านการประเมิน
นอกจากนี้ แนวทางสากลมีการปรับปรุงอยู่เสมอ และในปี 2024 มีการปรับแนวทางเกี่ยวกับรูปแบบการรับประทาน PrEP ให้คำนึงถึงลักษณะของบุคคล สถานการณ์ และช่องทางการสัมผัสเชื้อมากขึ้น ดังนั้นข้อมูลเก่าเกี่ยวกับ 2+1+1 จึงควรอ่านควบคู่กับแนวทางล่าสุด
PrEP On-Demand ต่างจาก PrEP แบบรายวันอย่างไร?
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ รูปแบบการวางแผนและความถี่ในการรับประทานยา
- PrEP แบบรายวัน หมายถึงการรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอตามแผนที่ผู้ให้บริการสุขภาพกำหนด เหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างบ่อย หรือผู้ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าจะมีความเสี่ยงเมื่อใด
- ข้อดีของการใช้แบบรายวันคือไม่จำเป็นต้องคาดการณ์ว่าจะมีความเสี่ยงในวันใด เพราะเป็นรูปแบบที่มีการรับประทานอย่างต่อเนื่อง
- PrEP On-Demand เป็นแนวทางที่ออกแบบให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่คาดว่าจะมีความเสี่ยง จึงอาจเหมาะกับบางคนที่มีความเสี่ยงไม่บ่อยและสามารถวางแผนล่วงหน้าได้
- อย่างไรก็ตาม PrEP On-Demand ไม่ได้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับทุกคน และไม่ควรสับสนกับการรับประทาน PrEP แบบไม่สม่ำเสมอโดยไม่มีแผน เพราะการใช้ยาไม่เป็นระบบอาจทำให้การป้องกันไม่มีประสิทธิภาพตามที่คาดหวัง
- แนวทางของประเทศไทยระบุว่า Daily PrEP เป็นรูปแบบหลักสำหรับประชากรทุกกลุ่ม ส่วน On-Demand PrEP สามารถพิจารณาในกลุ่ม MSM ที่มีความเสี่ยงไม่บ่อยและสามารถวางแผนความเสี่ยงได้
ใครบ้างที่อาจพิจารณา PrEP On-Demand?
การพิจารณา PrEP On-Demand ไม่ควรดูจากคำว่า มีเพศสัมพันธ์ เพียงอย่างเดียว แต่ควรประเมินความเสี่ยงและรูปแบบการสัมผัสเชื้อร่วมกัน
จากแนวทางที่มีอยู่ PrEP แบบ On-Demand มีหลักฐานและคำแนะนำที่ชัดเจนที่สุดใน ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงไม่บ่อยและสามารถวางแผนล่วงหน้าได้
ตัวอย่างลักษณะที่อาจนำมาพิจารณา ได้แก่
- มีความเสี่ยงต่อ HIV เป็นครั้งคราว
- สามารถคาดการณ์ช่วงเวลาที่จะมีความเสี่ยงได้
- ต้องการทางเลือกนอกเหนือจากการรับประทาน PrEP ทุกวัน
- สามารถเข้ารับการตรวจ HIV และติดตามสุขภาพตามคำแนะนำ
- ไม่มีข้อห้ามหรือปัจจัยทางสุขภาพที่ทำให้รูปแบบดังกล่าวไม่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม การมีลักษณะดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเริ่ม PrEP On-Demand ได้ด้วยตนเอง เพราะยังต้องประเมินสถานะ HIV และปัจจัยด้านสุขภาพอื่น ๆ ก่อน
ใครอาจไม่เหมาะกับ PrEP On-Demand?
นี่เป็นประเด็นสำคัญที่ควรทำความเข้าใจ เพราะ PrEP On-Demand ไม่ใช่ PrEP ที่ใช้ได้กับทุกคน
หลักฐานของการใช้แบบ Event-Driven มีความชัดเจนในบางกลุ่มและบางรูปแบบของการสัมผัสเชื้อเท่านั้น ขณะที่ข้อมูลสำหรับประชากรบางกลุ่มยังมีข้อจำกัด
ข้อมูลของหน่วยงานสาธารณสุขสหรัฐฯ ระบุว่า มีหลักฐานสนับสนุน 2+1+1 สำหรับชายที่เป็นเกย์และชายรักสองเพศที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย แต่ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปประสิทธิผลของรูปแบบ On-Demand ในประชากรบางกลุ่ม เช่น ผู้หญิงและผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์ต่างเพศ ผู้ที่ฉีดยา และคนข้ามเพศบางกลุ่ม
ดังนั้น หากลักษณะการสัมผัสเชื้อแตกต่างจากกลุ่มที่มีหลักฐานรองรับ การเลือก PrEP แบบรายวันหรือรูปแบบอื่นอาจมีความเหมาะสมมากกว่า
PrEP On-Demand ป้องกันเอชไอวีได้อย่างไร?
PrEP เป็นยาต้านไวรัสที่ใช้ในผู้ที่ยังไม่มี HIV เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อเมื่อเกิดการสัมผัสเชื้อ
การป้องกันไม่ได้หมายความว่า PrEP จะทำให้ร่างกาย กำจัด HIV หากได้รับเชื้อแล้ว แต่เป็นการทำให้มียาที่ออกฤทธิ์ต่อ HIV อยู่ในร่างกายในช่วงที่เหมาะสม เพื่อช่วยขัดขวางกระบวนการติดเชื้อ
ประสิทธิผลของ PrEP ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- เลือกรูปแบบ PrEP ที่เหมาะกับบุคคล
- ใช้ยาอย่างถูกต้องตามแนวทาง
- มีระดับยาเพียงพอในช่วงที่จำเป็น
- ไม่ได้มี HIV อยู่ก่อนเริ่ม PrEP
- มีการตรวจติดตามอย่างเหมาะสม
ข้อมูลจากแนวทาง PrEP ของประเทศไทยระบุว่าการรับประทาน PrEP อย่างสม่ำเสมอมีประสิทธิผลในการป้องกัน HIV สูง และประสิทธิผลจะเกี่ยวข้องอย่างมากกับการรับประทานยาอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม

ทำไมต้องรู้สถานะ HIV ก่อนเริ่ม PrEP?
เหตุผลสำคัญคือ PrEP ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ยังไม่มี HIV
หากมี HIV อยู่แล้ว การใช้ยาที่มีส่วนประกอบสำหรับ PrEP เพียงอย่างเดียวไม่ใช่การรักษาที่ครบถ้วน และอาจมีความเสี่ยงด้านการดื้อยาในบางสถานการณ์
แนวทางของประเทศไทยจึงให้ความสำคัญกับการประเมินว่าผู้รับบริการไม่มี HIV ก่อนเริ่ม PrEP และให้ติดตามการตรวจ HIV อย่างสม่ำเสมอระหว่างใช้ PrEP
ก่อนเริ่ม PrEP ควรตรวจอะไรบ้าง?
การเริ่ม PrEP ไม่ได้หมายถึงการซื้อยามารับประทานทันที แต่ควรมีการประเมินสุขภาพก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
ประเด็นสำคัญที่ผู้ให้บริการสุขภาพอาจประเมิน ได้แก่
- สถานะ HIV ควรตรวจ HIV ก่อนเริ่ม PrEP เพื่อยืนยันว่าไม่มีการติดเชื้อ HIV ในขณะเริ่มยา หากมีอาการที่สงสัยการติดเชื้อ HIV ระยะเฉียบพลัน หรือเพิ่งมีความเสี่ยงมาไม่นาน การตรวจเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอ ผู้ให้บริการสุขภาพอาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามสถานการณ์
- สุขภาพไต PrEP ชนิดรับประทานบางสูตรมีส่วนประกอบของยาที่จำเป็นต้องพิจารณาการทำงานของไต จึงอาจมีการประเมินการทำงานของไตก่อนและระหว่างการใช้ยา
- ไวรัสตับอักเสบบี ยาบางสูตรที่ใช้เป็น PrEP มีฤทธิ์ต่อไวรัสตับอักเสบบีด้วย ดังนั้นการประเมินสถานะไวรัสตับอักเสบบีจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อต้องพิจารณาการเริ่มหรือหยุดยา
- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ PrEP ป้องกัน HIV แต่ ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ เช่น ซิฟิลิส หนองใน หนองในเทียม หรือโรคติดต่ออื่น ๆ ได้
PrEP On-Demand ต้องตรวจ HIV เป็นประจำหรือไม่?
การใช้ PrEP ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเริ่มยาแล้วจะไม่ต้องตรวจ HIV อีก
ในทางกลับกัน การตรวจ HIV เป็นส่วนสำคัญของการติดตาม PrEP เพราะยิ่งตรวจพบ HIV ได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งสามารถเข้าสู่การรักษาที่เหมาะสมได้เร็วขึ้น
แนวทางขององค์การอนามัยโลกระบุว่าผู้ที่ใช้ PrEP ควรได้รับการตรวจ HIV เป็นระยะ โดยแนวทางการติดตามอาจแตกต่างกันตามชนิดของ PrEP และบริการที่ได้รับ
ดังนั้น ผู้ที่ใช้ PrEP ควรปฏิบัติตามกำหนดตรวจที่บุคลากรทางการแพทย์แนะนำ ไม่ควรใช้ผลตรวจจากอดีตเพื่อยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่มี HIV
ข้อดีของ PrEP On-Demand
PrEP On-Demand อาจมีข้อดีสำหรับคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นครั้งคราวและสามารถวางแผนล่วงหน้าได้
- ลดภาระการรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่ไม่ได้มีความเสี่ยงบ่อยอาจรู้สึกว่าการรับประทาน PrEP ทุกวันไม่สอดคล้องกับรูปแบบชีวิตของตนเอง การมีทางเลือกแบบ On-Demand อาจช่วยให้สามารถเลือกวิธีป้องกันที่เหมาะกับสถานการณ์มากขึ้น
- เหมาะกับความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้ หากความเสี่ยงเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและสามารถวางแผนได้ รูปแบบ Event-Driven อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ผู้ให้บริการสุขภาพนำมาพิจารณา
- เพิ่มทางเลือกในการป้องกัน HIV แนวคิดสำคัญของ PrEP ในปัจจุบันคือการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถเลือกวิธีที่เหมาะกับชีวิตและความต้องการของตนเอง
ข้อจำกัดของ PrEP On-Demand
แม้ PrEP On-Demand จะเป็นทางเลือกที่มีหลักฐานสนับสนุนในกลุ่มที่เหมาะสม แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรรู้
- ไม่เหมาะกับทุกคน หลักฐานของ On-Demand PrEP ไม่ได้ครอบคลุมทุกกลุ่มประชากรและทุกช่องทางการสัมผัสเชื้อ จึงไม่ควรนำแนวทางของกลุ่มหนึ่งไปใช้กับอีกกลุ่มหนึ่งโดยอัตโนมัติ
- ต้องวางแผน PrEP On-Demand ต้องอาศัยการวางแผนมากกว่า PrEP รายวัน หากเหตุการณ์เสี่ยงเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้า รูปแบบดังกล่าวอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสม
- ต้องติดตามสุขภาพ แม้จะไม่ได้รับประทานยาเป็นประจำทุกวัน แต่ผู้ใช้ยังควรตรวจ HIV และติดตามสุขภาพตามคำแนะนำ
- ไม่ป้องกัน STI การใช้ PrEP ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ หายไป จึงยังต้องพิจารณาวิธีป้องกันอื่นร่วมด้วย
ถ้าลืมรับประทาน PrEP ควรทำอย่างไร?
ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ไม่ควรใช้สูตร PrEP จากอินเทอร์เน็ตมาปรับใช้ด้วยตนเอง เพราะคำแนะนำขึ้นอยู่กับว่า
- ใช้ PrEP รูปแบบใด
- มีการรับประทานยามาก่อนหรือไม่
- ความเสี่ยงเกิดขึ้นเมื่อใด
- ลักษณะการสัมผัสเป็นอย่างไร
- มี HIV อยู่ก่อนหรือไม่
- มีการใช้ยาอื่นร่วมด้วยหรือไม่
ดังนั้น หากเกิดความผิดพลาดในการใช้ยา ควรติดต่อผู้ให้บริการสุขภาพเพื่อประเมินสถานการณ์แทนการเพิ่มหรือลดยาเอง
PrEP On-Demand คือการป้องกัน HIV ด้วย PrEP แบบวางแผนตามช่วงเวลาที่คาดว่าจะมีความเสี่ยง แตกต่างจาก Daily PrEP ที่รับประทานอย่างต่อเนื่อง
รูปแบบที่เรียกว่า 2+1+1 เป็นรูปแบบ Event-Driven PrEP ที่มีหลักฐานรองรับมากที่สุดในชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และประเทศไทยมีแนวทางให้พิจารณา On-Demand ในกลุ่ม MSM ที่มีความเสี่ยงไม่บ่อยและสามารถวางแผนได้
อย่างไรก็ตาม PrEP On-Demand ไม่เหมาะสำหรับทุกคน และไม่ควรนำรูปแบบการรับประทานจากแหล่งข้อมูลออนไลน์มาปรับใช้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะเมื่อยังไม่ทราบสถานะ HIV หรือมีปัจจัยด้านสุขภาพอื่น ๆ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ PrEP เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือของการป้องกัน HIV ควรใช้ร่วมกับการตรวจ HIV การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การใช้ถุงยางอนามัยตามความเหมาะสม และการดูแลสุขภาพทางเพศอย่างสม่ำเสมอ
หากกำลังพิจารณา PrEP ไม่ว่าจะเป็นแบบรายวันหรือ On-Demand ควรพูดคุยกับบุคลากรทางการแพทย์เพื่อประเมินว่ารูปแบบใดเหมาะกับสถานการณ์และสุขภาพของตนเองมากที่สุด
[ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https//ddc.moph.go.th/uploads/publish/1357420221209083505.pdf
เอกสารอ้างอิง
- World Health Organization (WHO). What’s the 2+1+1? Event-driven oral pre-exposure prophylaxis to prevent HIV for men who have sex with men: Update to WHO’s recommendation on oral PrEP. ข้อมูลเกี่ยวกับ PrEP แบบ On-Demand และรูปแบบ 2+1+1 สำหรับชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https//www.who.int/publications/i/item/what-s-the-2-1-1-event-driven-oral-pre-exposure-prophylaxis-to-prevent-hiv-for-men-who-have-sex-with-men
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Preventing HIV with PrEP. ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ PrEP เพื่อป้องกัน HIV รูปแบบการใช้ยา และข้อควรพิจารณาเกี่ยวกับ PrEP แบบ On-Demand. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https//www.cdc.gov/hiv/prevention/prep.html
- Joint United Nations Programme on HIV/AIDS (UNAIDS). Thailand National Guidelines for Pre-Exposure Prophylaxis (PrEP) 2021. ข้อมูลแนวทางการใช้ PrEP ในประเทศไทย รวมถึงการใช้ PrEP แบบรายวันและแบบ On-Demand. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https//hivpreventioncoalition.unaids.org/en/resources/thailand-national-guidelines-pre-exposure-prophylaxis-prep-2021
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีด้วยยาต้านไวรัสก่อนการสัมผัสเชื้อ (PrEP). ข้อมูลเกี่ยวกับหลักการใช้ PrEP การประเมินก่อนเริ่มยา และการติดตามผู้ใช้ PrEP. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https//ddc.moph.go.th
- กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. Thailand National Guidelines for Pre-Exposure Prophylaxis (PrEP) 2021. แนวทางการจัดบริการ PrEP ในประเทศไทย การประเมินก่อนเริ่ม PrEP การติดตามผล และรูปแบบการใช้ PrEP แบบรายวันและ On-Demand. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https//ddc.moph.go.th



