ประสบการณ์เดินทางไป ตปท ครั้งแรก ฝรั่งเศส อิตาลี สวิต ออสเตรีย เดือนนึงเต็มๆ

ประสบการณ์เดินทางไป ตปท ครั้งแรก ฝรั่งเศส อิตาลี สวิต ออสเตรีย เดือนนึงเต็มๆเมื่อเมษายนที่ผ่านมาคะ

เริ่มจากเรียนมาทางด้านศิลปะ ความฝันของคนเรียนศิลปะแน่นอนอยู่แล้วว่าอยากไปเข้าพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ไปดูสถาปัตยกรรมสวยๆที่ยุโรปให้ได้สักครั้งในชีวิต
ตอนแรกที่คิดคือ หาทัวร์ด่วนเลยคะ เพราะไปเองไม่รอดแน่ ภาษาเรางูปลามาก ถึงขั้นแย่เลยทีเดียว แต่หาทัวร์ไหนๆเขาก็พาไปชอปปิ้งซะส่วนใหญ่ มีลูฟร์ก็เข้าไปแป๊บเดียวแล้วก็ต้องรีบไปที่อื่น เลยตัดสินใจฮึด หาข้อมูลเองจากห้องบลูนี้แหล่ะคะ เริ่มต้นหาข้อมูลเดือนเมษายนปีที่แล้ว เพื่อที่จะเดินทางเมษาปีนี้ เครื่องบินก็ไม่เคยนั่งอีก โอ้ววว ตื่นเต้นสุดๆแล้ว (แต่ต้องขอขอบคุณทุกท่านในห้องบลูที่ช่วยแนะนำ และล็อกอินหลายๆท่านที่เราก็อุตส่าไปตามถามหลังไมล์เพราะบางอย่างก็ไม่ค่อยเข้าใจนักคะ) เอาไงเอากัน ตอนนั่นหน้ามืดไม่สนไรเลยคะ คนรอบข้างบอก พูดอังกฤษได้หรอถึงจะไปหรือบางคนก็จะคิดว่าเราเก่งภาษาอังกฤษดีเนอะได้เปรียบได้ไปเที่ยว (แต่จริงๆอ่ะหรอ ใจดีสู้เสือคะ)

เรื่องเครื่องบินตอนแรกก็จะหาราคาถูกๆ ไปต่อเครื่องเอาดีไหม แต่ก็อย่าเลยเพราะกลัวมากคะ ไปต่อเครื่องถ้ามีปัญหาแล้วไปสื่อสารไม่รู้เรื่องอีกเลยกัดฟันซื้อการบินไทยไปเลย ตอนนั่นได้ไป-กลับ กทม-ปารีส,โรม-กทม 40,000 จ่ายเงินก่อนขอวีซ่าด้วยคะ (แบบว่าอยากไปมาก แต่ก็มาคิดหนักตอนขอวีซ่านี้หล่ะคะ)

เราเป็นประเภทที่สุ่มเสี่ยงขอวีซ่า(ตอนนั่นขอวีซ่าฝรั่งเศส)ไม่ผ่านมากคือ ทำงานอิสระ ไม่มีใบประกอบการค้าหรือใบรับรองการทำงาน เงินไม่หมุนเวียนในบัญชี เงินไม่เยอะมีแค่พอสำหรับ คชจ ในทริปนั่นเดือนนึง ไม่มีเงินเผื่อเหลือชอปปิ้งใดๆทั้งสิ้น(เพราะไม่ได้ก่ะไปช้อปปิ้งอยู่แล้วด้วยคะ) เราทำแผนเดินทางละเอียดมากๆ คำนวน คชจ ทุกอย่าง ตอนไปยื่นวีซ่าก็เขียน จม อธิบายตัวเองไปด้วย และอธิบายเรื่องเงินในบัญชีที่ไม่หมุนเวียน จุดประสงค์ที่ไป ไปกันสองคนกับแฟน ก็ให้เขาช่วยเขียน จม มาอีกฉบับรับรองว่าไปด้วยกันจริงๆ เราไปยื่นกับสถานทูตฝรั่งเศสโดยตรงคะ จม ที่เขียนไปก็แปลเอง ผิดๆถูกๆ ถามคนอื่นบ้าง ใช้พี่กูเกิ้ลช่วยบ้าง คือถ้าอ่านกันจริงๆคงผิดไวยากรณ์เยอะอยู่ แต่ จนท เขาก็ไม่ได้ไล่ให้ไปแปลใหม่นะค่ะ

ตัดมาที่วันเดินทาง ตื่นเต้นมากคะ เหมือนเด็กบ้านนอกเข้ากรุงทั้งสองคนเลยเพราะภาษาก็ได้พอๆกัน ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกอีก พอไปถึงปารีสกว่าจะผ่าน ตม มาได้ก็เหงื่อตกทีเดียวคะเพราะโดนถามเยอะมาก(คงไม่เยอะ แต่เราคิดไปเอง) แต่เราเอาเอกสารต่างๆให้เขาดูหมดก็ โชว์เงิน เขาขอดูอะไรมีโชว์ให้ได้ทุกอย่างสรุปเขาก็ยอมปล่อยเราเข้าประเทศเขาไป พอออกมาจาก ตม เดินวนๆๆ หลงๆอยู่ในสนามบินนั่นแหล่ะคะ คำถามแรกวิ๊งๆๆลอยเข้ามาในสมอง ตรูซวยแล้ว ตรูมาทำไรที่นี้ฟร่ะ หาเรื่องใส่ตัวเองชัดๆเล๊ยยยยยย แค่สนามบินยังหาทางออกไม่เจอ
ก็คลำๆหาทางเข้ามาในเมืองปารีสได้คะ

ปัญหาอีกอย่างที่เราหนักใจมากคือทุกครั้งที่ซื้ออาหารคะ เพราะจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง หลังๆก็ใช้วิธีชี้เอาเลย ไม่ต้องพูดมันแล้วพูดไปก็ฟังสำเนียงกันไม่รู้เรื่อง หรือถ่ายรูปอาหารจากเมนูไปยื่นให้ดูเลย

เรื่องมิจฉาชีพเจอมาทุกรูปแบบทั้งเกือบโดนล่วงกระเป๋าในเมโทร แก๊งตกทอง แก๊งขอลายเซ็น เจอเจ๊ร้านพิซซ่าที่โรมทอนเงินไม่ครบแล้วทำเป็นโวยวายใส่เรา มีคนมาขอเงินนู้นนี้นั่น โอ้โห๋ววว ได้ประสบการณ์เพี้ยบ (แต่ไหวตัวทันนะค่ะ ยังไม่ตกเป็นเหยื่อ)

แต่พอผ่านวันแรกๆมาได้แล้ว วันหลังๆก็เที่ยวแบบสนุกมากๆ อยากไปไหนนานเท่าไหร่ก็ได้ไม่ต้องรีบ วิ่งเข้าออกพิพิธภัณฑ์จนเหนื่อยแต่มีความสุขมากคะ

ถ้ามีโอกาสวาสนาก็อยากจะกลับไปอีก ไปวิ่งเข้าวิ่งออกดูงานศิลปะ สถาปัตยกรรมที่นั่นอีกคะ

เเสดงความเห็น