บอกเล่าประสบการณ์เปรี้ยวเดินทางไปเที่ยวเกาหลีคนเดียว.. ครั้งเเรกในชีวิต

วันนี้จะขออนุญาตมาเล่า ประสบการณ์เที่ยวเกาหลีคนเดียว ซึ่งเป็นการเดินทางต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตด้วยค่ะ โดยใช้ campaign “จะออกไปเตะขอบฟ้า” บอกได้คำเดียวว่าสุดติ่งกระดิ่งวัดมากๆ ค่ะ

จากนั้นก่อนไปหนึ่งวันก็พยายามหาข้อมูลเพื่อหวังจะเอาตัวรอดในโลกกว้างให้ได้ ต้องขอขอบคุณข้อมูลที่มีค่าอย่างยิ่งจากเพื่อนๆในพันธ์ทิพย์ ที่มารีวิวทิ้งกันไว้จำนวนมาก ทำให้เราพอจะเดาๆทางไปได้เรื่อยๆ เรารู้สึกโชคดีมากเลยที่โลกนี้มี Pantip 555

เรามีแผนอยู่ที่ Seoul 6 วันค่ะ ตั้งใจว่าจะเก็บสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองให้หมด และตั้งใจอยากไปในที่ที่ชาวเกาหลีเค้าไปกัน กินในสิ่งที่คนเกาหลีนเค้ากินกัน บอกได้คำเดียวว่าประสบการณ์ชีวิตจริงๆ หาไม่ได้จากใคร นอกจากตัวเอง… แต่งานนี้ดีหน่อยมีเพื่อนอยู่ที่โน่นค่ะ ก็หวังว่าเค้าจะเป็นแสงสว่างนำทางชีวิตที่ต่างประเทศครั้งแรกครั้งนี้ให้เราได้ค่ะ

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ที่ตัดสินใจไปครั้งนี้ เป็นเพราะมีเพื่อนชาวเกาหลีแต่งงาน แถมมีเพื่อนใจดีให้ที่พักฟรีอีก… แต่พอชวนใครไปด้วยก็ไม่มีใครไป งานนี้เลยตัดสินใจว่า “เอาวะ มันจะยากสักแค่ไหนเชียว” … เลยตัดสินใจจองตั๋วในทันที ตอนนั้นได้ตั๋วของ China Eastern Airline ราคาอยู่ที่ 15,300 บาท ไปกลับ แต่ไม่ใช่ Direct Flight นะคะ ต้องไป Transit ที่ เซี่ยงไฮ้ ทั้งไปและกลับ (แบบประหยัดนิดๆหน่อยๆ ดิฉันเอาหมด ยอมเหนื่อยแต่ไม่ยอมจ่าย ประมาณนั้น หรือ งก นั่นเอง 55) ขาไปโหดหน่อยเพราะต้องค้างที่เซี่ยงไฮ้ด้วยหนึ่งคืน แต่โชคดีที่ได้ที่พักฟรีจากสายการบินเลยไม่ต้องนอนที่สนามบิน สภาพโรงแรมและบริการถือว่าใช้ได้เลยค่ะ ส่วนขากลับรอแค่ 4 ชั่วโมง เลยไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ นั่งรอนอนรอที่สนามบินแปบเดียวก็ขึ้นเครื่องละ

ตอนไปถึงสนามบินอินชอน ก็แอบหวั่นใจเบาๆ ว่า เราจะมีปัญหากับ ตม. ป่ะวะ (คือแบบว่าอ่านมาเยอะ แอบกลัวเหมือนกัน ยิ่งหน้าตาไม่น่าไว้ใจอยู่ด้วย 55) ไปถึง Immigration Counter ปรากฏว่า ท่านไม่ถามอะไรสักคำ stamp ให้อย่างรวดเร็ว … งงสิคะ (ทำไมไม่ถามอะไรเราเบย ..ที่เซี่ยงไฮ้เราแค่ transit นะ ถามเยอะกว่าที่เกาหลีอีก เราอยู่เกาหลีตั้ง 6 วัน ไม่ถามสักคำเว้ยเฮ้ย) ก็นับว่าโชคดีค่ะ ไม่ต้องปวดจิต… เราเลยรีบรับ Passport แล้วรีบเดินออกมาเลย กลัวเค้าเปลี่ยนใจ ฮ่าๆๆๆ

หลังจากแตะแผ่นดินกิมจิ สิ่งแรกที่ต้องทำเลยคือ หาซิมการ์ดไว้ติดต่อกับเพื่อนและ T-Money มาไว้ในครอบครอง อีกทั้งต้องศึกษาวิธีการใช้ รถไฟบ้านเค้า ที่เกาหลีนี่มีเค้า application ให้ download ได้เลย แบบว่าจะไปไหนให้ ปักหมุด ต้นสาย-ปลายสาย เเล้ว app จจะบอกเองว่าให้ไป ขึ้นลงที่สถานีไหน … มึนดีแท้ค่ะพี่น้อง บอกกง กง

รูปซิมการ์ด กับ T-Money ค่ะ อย่าถามเรานะคะว่า ทำยังไง เพราะเพื่อเราจัดการให้หมดเลย เรามีหน้าที่รับสายอย่างเดียว โทรออกก็ไม่ได้เพราะเติมเงินไม่เป็น 55 (กากจุง) ส่วน T-Money เตืมไม่ยากค่ะ มีตู้เติมตามสถานีรถไฟมากมาย ครั้งนี้เราเติมไปหลายหมื่นวอนอยู่ จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่เพราะเติมทีละ สามสี่พันวอน และเหลือกลับมาในบัตรประมาณ 300 วอน (ภูมิใจสุดๆ ใช้ได้พอดีมาก)

ส่วนรูปนี้เป็น หน้าตา application ของสายการเดินรถไฟที่เกาหลี … แรกๆก็มันนะ เพราะต้องต้องว่าปลายทางไปทางไหน ออกประตูที่เท่าไหร่ด้วย

เเสดงความเห็น

Related posts